พรีวิว อีซี่การ์เด้น

มาทำความรู้จักกับการปลูกพืชไร้ดินกันเถอะ

การปลูกพืชไร้ดิน ก็ยังคงต้องคำนึงถึง 4 ปัจจัยหลัก คือ น้ำ ธาตุอาหาร แสง และ อากาศ (คาร์บอนไดออกไซด์ และ ออกซิเจน) เฉกเช่นเดียวกับปลูกบนดิน แต่จะต่างกันตรงที่ การปลูกพืชไร้ดินนั้น จะให้ธาตุอาหารพืชทางสายละลาย ซึ่งก็มีอยู่ 2 ระบบด้วยกันคือ ระบบไฮโดรโปนิกส์ และ ระบบแอโรโปนิกส์


ระบบไฮโดรโปนิกส์

เป็นการปลูกโดยให้รากพืชแช่อยู่ในน้ำสารละลายธาตุอาหารพืช อยู่ตลอดเวลา ซึ่งก็จะมีแยกย่อยออกเป็น 3 ระบบด้วยกัน โดยแบ่งตามลักษณะการแช่น้ำของรากพืช คือ


1. ระบบน้ำตื้น NFT (Nutrient film technique)

หลักการของระบบนี้ คือ ให้น้ำสารละลายธาตุอาหารพืชไหลไปตามรางปลูก โดยควบคุมระดับน้ำสารละลายในรางปลูก ให้สูงเพียงประมาณ 0.5 cm เพื่อช่วยให้ออกซิเจนได้ละลายลงถึงส่วนลึกของน้ำ ทำให้รากพืชได้รับออกซิเจนเพิ่มชึ้น การปลูกแบบนี้จึงช่วยลดปัญหาการขาดออกซิเขนของรากพืชได้ดี

ระบบ NFT มีข้อด้อยในการใช้ในเขตร้อนอย่างประเทศไทย  เนื่องจากน้ำที่ไหลในรางมักจะมีความร้อนสะสมมาก อุณหภูมิน้ำยิ่งสูง ความสามารถในการละลายของออกซิเจน จะลดลง อีกทั้งยังทำให้คุณสมบัติของสารละลายธาตุอาหารพืชมีการเปลี่ยนแปลงไปจากเดิม จะส่งผลโดยตรงต่อการเจริญเติบโต และความต้านทานต่อโรค โดยเฉพาะโรครากเน่าของพืชให้ทดถ่อยลง

ระบบนี้ มีน้ำในรางปลูกน้อยมากเมื่อเกิดปัญหาไฟฟ้าขัดข้อง จะทำให้พืชเหี่ยวแห้งตายอย่างรวดเร็ว ดังนั้นระบบนี้จึงควรมีระบบสำรองไฟฟ้าไว้ใช้ในกรณีที่ไฟฟ้าเกิดขัดข้อง


2.ระบบน้ำลึก DFT (Deep Flow Technique)


การปลูกแบบนี้ จะโดยให้รากพืชแช่อยู่ในภาชนะบรรจุน้ำสารละลายธาตุอาหารพืช โดยที่ระดับสารละลายในภาชนะปลูกจะลึกประมาณ 15 - 20 ซม. ซี่งระบบ DFT นี้มี 2 แบบ คือ มีการหมุนเวียนสารละลายธาตุอาหาร และแบบเติมอากาศ

ระบบนี้รากพืชจะแช่อยู่ในน้ำลึก กรณีไฟฟ้าขัดข้อง จึงไม่ค่อยมีปัญหาพืชเหี่ยว แต่ก็จะตามมาด้วย ต้องใข้น้ำและปุ๋ยในปริมาณมากเพื่อเติมภาชนะปลูกที่ลึก

และด้วยเหตุที่รากพืชจะจมลึกลงตามการการเติบโต ประกอบกับปริมาณการละลายของออกซิเจนจะลดลงตามความลืก ดังนั้นผู้ปลูกจึงจำเป็นต้องคอยปรับความสูงของโคนต้นพืช ให้มีส่วนของรากพ้นผิวน้ำมากขึ้น ตามขนาดของพืชเป็นระยะๆ

แต่ก็นั่นแหละ เมื่อยกรากลอยสูงมาก ในสภาวะอากาศร้อนๆ ปัญหาโคนรากร้อน โคนรากแห้งก็ตามมาเช่นกัน

ในระบบนี้มักเกิดปัญหาการระบาดของเชื้อราที่ใบ และรากได้ง่าย โดยเฉพาะการปลูกผักสลัด หรือพืชที่มีลักษณะเป็นพุ่มเตี้ย เนื่องจากการระบายอากาศจากด้านล่างของแปลงปลูกระบบ DFT ไม่สามารถทำได้ เพราะจะถูกบิดบังด้วยแผ่นโฟม หรือแผ่นปลูก และจะเกิดการหมักหมม ที่ก้นภาชนะปลูก จุลินทรีก็จะแย่งออกซิเจนไปจากรากพืช


3. ระบบกึ่งน้ำลึก DRFT  (Dynamic Root Floating Technique)

เป็นระบบที่มีการทำงานเช่นเดียวกับระบบ NFT คือให้น้ำสารละลายธาตุอาหารพืช ไหลผ่านรากพืชในรางปลูก เพียงแต่ระดับน้ำที่ไหลผ่านรากพืชนั้น จะมีความลึกมากกว่าระบบ NFT โดยทั่วไปจะอยู่มีความลึกอยู่ที่ประมาณ 1 - 10 ซม.

ระบบนี้ได้แก้ไขข้อจำกัดของระบบ NFT ตรงที่เมื่อไฟฟ้าขัดข้อง ปั๊มน้ำหยุดทำงาน ก็จะยังคงมีน้ำที่ใช้ปลูกพืชเหลือค้างบางส่วนในรางปลูกมากพอ รากพืชจึงไม่ขาดน้ำในช่วงระยะเวลาหนึ่ง

ระบบ DRFT จะมีต้นทุนวัสดุอุปกรณ์ ที่สูงขึ้นกว่า NFT และ DFT

ระบบ DRFT นี้ เมื่อพืชโตขึ้น ผู้ปลูกอาจจะต้องมีการปรับลดระดับน้ำในรางปลูกเช่นเดียวกับระบบ DFT ด้วย ทั้งนี้เพื่อเป็นการเพิ่มออกซิเจนให้รากพืช และก็จะต้องเผชิญปัญหาอุณหภูมิน้ำขึ้นสูงเช่นกัน การเจริญเติมโตของพืช และความต้านทานต่อโรค โดยเฉพาะโรครากเน่า ก็จะถดถ้อยลง ผลผลิต คุณภาพ และรสชาดของผัก ก็ยังขึ้นกับสภาวะแวดล้อม โดยเฉพาะความร้อนอยู่พอควร


ระบบแอโรโปนิกส์

เป็นการปลูกโดยให้รากพืชแขวนอยู่ในอากาศ แล้วพ่นฝอยน้ำสารละลายธาตุอาหารพืช ไปรดเป็นช่วงๆ ทำให้รากพืชได้รับออกซิเจนอย่างเพียงพอและต่อเนื่อง รากพืชสามารถเจริญเติบโตและแตกแขนงได้อย่างรวดเร็ว รากแข็งแรงขาวสะอาด การเจริญเติมโตจึงเป็นไปอย่างรวดเร็วกว่าระบบไฮโดรโปนิกส์ทุกแบบ รากและต้นมีความสมบูรณ์ มีความทนทานต่อโรคเต็มที่ ในระบบนี้ยังให้อุณภูมิภายในระบบปลูกที่ต่ำ ได้อูณภูมิของรากพืชที่ต่ำกว่าอุณหภูมิน้ำ ซึ่งมาจากหลักการดูดความร้อนแฝงของกลายเป็นไอของน้ำนั่นเอง

แต่ระบบนี้ มีต้นทุนอุปกรณ์ และการใช้พลังงานไฟฟ้า ที่สูง เนื่องจากต้องใช้ปัีมแรงดันสูงในการพ่นฝอยละอองน้ำให้รากพืช จึงไม่เป็นที่นิยมในการใช้ปลูกเชิงพาณิชย์ แต่จะเป็นที่นิยมใช้ปลูกในงานวิจัย เพราะให้ผลลัพธ์ที่เร็ว ช่วยลดระยะเวลาวิจัยลงนั่นเอง


ระบบไฮบริดแอโรโปนิกส์ คืออะไร


คือระบบปลูกพืชไร้ดิน เทคนิกใหม่ เป็นสิทธิบัตรเฉพาะของเรา ภายใต้เครื่องหมายการค้า EZGarden ซึ่งเป็นนวัตกรรมใหม่ ที่ผสมผสานกัน ระหว่างระบบไฮโดรโปนิกส์ และ ระบบแอโรโปนิกส์

ระบบไฮบริดแอโรโปนิกส์ ของ EZGarden ให้อุณหภูมิในระบบปลูกที่ต่ำ รากพืชสัมผัสอากาศได้โดยตรง มีต้นทุนอุปกรณ์ และค่าพลังงานไฟฟ้าที่ต่ำในระดับเดียวกับระบบไฮโดรโปนิกส์ จึงเป็นการปิดข้อด้อยของทั้งระบบ ไฮโดรโปนิกส์ และ แอโรโปนิกส์ ในคราวเดียวกัน

ระบบโฮบริดแอโรโปนิกส์ ของ EZGarden สามารถลดอุณหภูมิในระบบปลูกได้ด้วยตัวเอง จึงไม่จำเป็นต้องลงทุนติดตั้งระบบระบายความร้อนภายในโรงเรือนแต่อย่างใด ให้ผลผลิตสม่ำเสมอทุกฤดูกาล คุณภาพเยี่ยม ผักใบหนากรอบ รสชาดดี


ให้การเจริญเติบโตของพืขที่รวดเร็ว สมบูรณ์ แข็งแรง เช่นเดียวกับระบบแอโรโปนิกส์ ปลูกได้ทุกฤดู แม้ในหน้าร้อน พืชก็ยังเจริญเติมโตได้ดี ทนทานต่อโรครากเน่า ให้ผลผลิตสูง สม่ำเสมอ มีต้นทุนต่ำ ปลูกเชิงพาณิชย์ได้

EZGarden ช่วยให้ทุกคนสามารถปลูกพืชได้อย่างชาญฉลาด และกลายเป็นเรื่องง่ายๆ สามารถปลูกได้ในทุกสถานที่


ระบบไฮบริดแอโรโปนิกส์ ของ EZGarden มีทั้งแบบปลูกแนวตั้ง และแบบปลูกแนวราบ ซึ่งทั้ง 2 แบบ จะช่วยให้คุณสามารถปลูกพืชแบบไร้ดิน ได้อย่างง่ายดาย แบบที่คุณไม่เคยคาดคิดมาก่อน

ใช้พื้นที่น้อย สะอาดดูดีต่อสถานที่ และมีความปลอดภัย ปลูกได้ทุกพื้นที่ ไม่ว่าจะเป็นพื้นราบทั่วๆไป รั้วบ้าน ผนังอาคาร ดาษฟ้าตึก ราวระเบียงคอนโดมิเนี่ยม หรือในอาคาร ก็ให้คุณได้เพลิดเพลิน สัมผัสกับความสดชื่นเขียวขจี จากพืชพันธุ์นานาชนิด และยังได้อร่อยกับพืชผักสดๆ สะอาด ปลอดภัย และดีต่อสุขภาพ แล้วยังจะทำให้ตู้เย็นของคุณว่างจากการที่ต้องเก็บผักช้ำๆเฉาๆไปเลย


รูป อีซี่การ์เด้น ไฮบริดแอโรโปนิกส์ทาวเวอร์ (แนวตั้ง)




รูป อีซี่กร์เด้น ไฮบริดแอโรโปนิกส์ (แนวราบ) ติดตั้งที่รั้วโปร่ง (ซ้าย) และรั้วทึบ (ขวา)


     


รูปอีซี่กร์เด้น ไฮบริดแอโรโปนิกส์ (แนวราบ) ติดตั้งที่ราวระเบียงคอนโดมิเนี่ยม


ระบบไฮบริดแอโรโปนิกส์ ง่ายอย่างไร

EZGarden จัดให้เพียบพร้อมอุปรณ์ และวัสดุ ให้มือใหม่สามารถปลูกพืชไร้ดิน ได้อย่างสมาร์ท ง่ายดาย จนทุกคนต้องแปลกใจกับผลผลิตระดับเหนือมืออาชีพ



ขั้นตอนง่ายๆ คุณก็ปลูกได้อย่างมืออาชีพ 


 1.  เพาะเมล็ดตาม วิธีการเพาะเมล็ดพันธุ์แต่ละชนิด ใน ถาดเพาะ โดยใช้ ฟองน้ำ เป็นวัสดุปลูก ใช้เวลาประมาณ 1 อาทิตย์ ก็จะได้ต้นกล้าที่มีใบ 3-4 ใบ




                    

 2.  นำต้นกล้าใส่ ถ้วยปลูก แล้วนำไปอนุบาลในชุด EZG Smart N ต่ออีกประมาณ 2 อาทิตย์ จะได้ต้นกล้าที่มีรากแทงออกมาจำนวนมาก ก็พร้อมเอาขึ้นปลูก ใน EZG Hybrid Aeroponics

 3.  เติมน้ำและ ปุ๋ย A&B ลงในถังบรรจุของ EZG Hybrid Aeroponics วัดค่าความเข้มข้นของปู๋ยด้วย EC Meter วัดค่าความเป็นกรดด่างด้วย pH Meter ปรับค่าทั้ง2 ให้อยู่ในช่วงควบคุม ตามตารางของพืช


  ตั้งเวลาที่ EZ Control ให้ปั๊มทำงานทุกๆ 4 นาที และหยุด 4 นาที ระบบของ EZG Hybrid Aeroponics ใช้ไฟกระแสตรง 12 โวลท์ จึงปลอดภัยจากไฟรั่ว ไฟดูด และมีแบตเตอรี่สำรองไฟ ระบบควบคุมจะสลับแหล่งจ่ายไฟโดยอัตโนมัต เมื่อไฟฟ้าหลักขัดข้อง


นำต้นกล้า มาใส่ในช่องปลูก พืชจะโตอย่างรวดเร็วจนคุณต้องทึ่ง ประมาณ 2-3 อาทิตย์ ก็เก็บเกี่ยวได้แล้ว สด ปลอดภัย ดีต่อสุขภาพ




มีคำถามอื่นๆ เยี่ยมชมได้ที่ คำถามที่พบบ่อย


สินค้าเปรียบเทียบ (0)


EZG Standard Tower

EZG Standard Tower

อี่ซี่การ์เด้น ไฮบริดแอโรโปนิกส์ทาวเวอร์ เป็นนวัตกรรมใหม่แห่งอนาคต ของการปลูกพืชไร้ดิน เป็นระบบที่ผสมผสานกัน ระหว่างไฮโดรโปนิกส์ และ แอโรโปนิกส์ สิทธิบัตรเฉพาะของ EZGarden ระบบไฮบริดแอโรโปนิกส์ ของ E..

฿9,900.00บาท

แสดงผลตั้งแต่ 1 ถึง 1 รายการ จากทั้งหมด 1 รายการ (จำนวน 1 หน้า)