วิธีเพาะเมล็ด และ อนุบาลต้นกล้า
บทนำ
ประเภทของเมล็ดพันธุ์ มีอยู่ 2 ชนิด คือ
1. แบบเคลือบ
คือเมล็ค ที่ถูกนำมาเคลือบด้วยแป้ง หรือดินเหนียว เพื่อเป็นการรักษาสภาพเอาไว้ ข้อดีของการใช้เมล็ดพันธุ์แบบนี้คือ สะดวกในการเพาะ เนื่องจากมีขนาดที่ใหญ่ขึ้น ทำให้ผู้ปลูกสามารถเพาะลงวัสดุปลูกได้โดยตรง แต่มีราคาแพง
2. แบบไม่เคลือบ
คือเมล็ดพันธุ์ทั่วไป
ที่ผ่านการลดความชื้นในเมล็ดมาแล้ว สามารถเก็บในตู้เย็นได้นาน 1-2 ปี
มีราคาถูกกว่าแบบเคลือบมาก แต่มีเมล็ดที่ไม่สมบูรณ์ปะปนอยู่
เปอเซ็นต์การงอกจึงต่ำกว่าแบบเคลือบ
อุปกรณ์สำหรับเพาะ
-ถาดเพาะ
- กล่องพลาสติก
- ก้อนฟองน้ำสำหรับปลูก
- กระดาษชำระ
- เมล็ดพันธุ์
- น้ำที่ไม่มีคลอรีน (น้ำประปาจะถ้องพักทิ้งไว้อย่างน้อย 2 คืน เพื่อให้คลอรีนระเหยหมดก่อน)
- แผ่นฟิล์มยืด/ฟิล์มถนอมอาหาร
อุณหภูมิการเพาะ
- สำหรับเมล็ดผักสลัดทั่วๆไป ช่วงที่เหมาะสม จะอยู่ระหว่าง 18 - 20 องศาเซลเซียส
- สำหรับเมล็ดผักไทยทั่วๆไป ช่วงที่เหมาะสม จะอยู่ระหว่าง 25 - 30 องศาเซลเซียส
วิธีเพาะเมล็ดผักสลัด และผักไทย ทั่วๆไป
1. นำกระดาษชำระ 2-3 แผ่น ปูทับกันในกล่องพลาสติก แล้วพรมน้ำให้ชุ่ม จากนั้นก็เทน้ำส่วนเกินออก
2. นำเมล็ดพันธ์ุกระจายโรยลงไปบนกระดาษชำระ
3. ห่อปิดกล่องพลาสติกด้วยแผ่นฟิล์มยืด
4. นำไปเก็บในที่ๆมีอุณหภูมิเหมาะสมสำหรับเมล็ดพันธุ์นั้นๆ เพื่อให้ได้เปอเซนต์การงอกที่สูง สม่ำเสมอ พร้อมๆกัน และได้ต้นกล้าที่แข็งแรง
5. เมล็ดแต่ละพันธุ์จะใช้เวลาในการงอกต่างกัน โดยทั่วไปจะอยู่ในช่วง 1 - 7 วัน ให้คอยสังเกตุดู เมื่อมีรากแทงออกมาประมาณ 2 มิลลิเมตร ก็ให้นำไปปลูกลงก้อนฟองน้ำได้เลย หากปล่อยให้รากยาวมาก ก็จะปลูกยาก และต้นกล้าจะอ่อนแอ
วิธีอนุบาลต้นกล้า
1. เติมน้ำใน ถาดเพาะ นำก้อนฟองน้ำปลูก ไปบีบในน้ำให้อุ้มน้ำเต็มที่ แล้ววางลงในถาดเพาะ (น้ำที่ใช้ต้องไม่มีคลอรีน)
2. ใช้ไม้จิ้มฟัน จุ่มน้ำเขี่ยเมล็ดงอก ออกจากกระดาษชำระ แล้วใส่ลงไปในรอยแยกของก้อนฟองน้ำ ระวังอย่าให้รากหัก ใส่จมลงไปประมาณเกือบครึ่งเมล็ด
3. ปรับระดับน้ำในถาดเพาะ ให้ต่ำกว่าก้อนฟองน้ำ ประมาณ 5 มม.
4. ยกไปไว้ในที่ๆ ได้รับแสง โดยเริ่มจากแสงน้อยๆก่อน สังเกตุได้จากต้นเริ่มโน้มไปหาแสง ก็ให้ขยับถาดเพาะไปรับแสงมากขึ้น อย่าให้โดนฝน ต้นกล้าจะช้ำและเน่า (การได้รับแสงไม่เพียงพอ จะทำให้ต้นกล้ายืด)
5.
เมื่อต้นกล้าถอดหมวก คลี่ใบเลี้ยงคู่ออกเต็มที่แล้ว
ก็ให้ลดระดับน้ำในถาดเพาะลงเหลือประมาณ 1/2 ของก้อนฟองน้ำ
ในช่วงนี้ต้นกล้าจะต้องการแสงแดด 3-4 ชม./วัน อย่าให้โดนฝน
เพาะต้นกล้าจะหักเสียหาย
6. เมื่อต้นกล้าเริ่มมีใบจริงออกมา ก็ให้เทน้ำในถาดเพาะออก แล้วเติมน้ำปุ๋ยA/B แทน ระดับน้ำสูงประมาณ 1/3 ของก้อนฟองน้ำ โดยให้เริ่มจากปุ๋ยเข้มข้นต่ำๆ ประมาณ 700-900 µS/cm และให้เพิ่มการรับแสงมากขึ้น ในช่วงนี้ต้นกล้าจะต้องการแสงแดด 5-6 ชม./วัน
7. เมื่อต้นกล้ามีใบจริง 2-3 ใบ ก็นำไปใส่ ถ้วยปลูก โดยสอดจากก้นถ้วยขึ้นมา ใช้ไม้จิ้มฟันจัดให้ก้อนฟองน้ำเข้าที่ และเหลือโผล่จากก้นถ้วยปลูกประมาณ 0.5 ซม.
8. นำต้นกล้าไปอนุบาลต่ออีก 10-15 วัน ในช่วงนี้ ให้เพิ่มความเข้มข้นปุ๋ย A/B ไปที่ ประมาณ 1000 - 1300
µS/cm และช่วงนี้ให้ต้นกล้ารับแสงเต็มวันได้เลย โดยให้พรางแสง 50% (การได้รับแสงไม่เพียงพอจะทำให้ต้นกล้ายืด แสงที่เข้มมากเกินไป ก็จะทำให้ต้นกล้าเคลียดแคระแกร็น)
โดยที่ EZGarden ก็มีชุดอุปกรณ์พร้อมให้เลือกใช้ ดังนี้
๐ ชุดอนุบาล EZG Smart N
๐ ถาดอนุบาลของชุด EZG Standard Tower หรือ EZG Junior Tower
๐ หรือ ปลูกโดยตรงลงในชุด EZG Hybrid Aeroponics แนวราบ โดยทั้งนี้ให้ตั้งเวลาหยุดปั๊มน้ำให้สั้นลงเหลือ 1 นาที และปรับระดับให้อยู่ในช่วง " Hybrid Aeroponics ถึง Hydroponics " จนกว่าต้นจะมีรากมากพอ (ประมาณ 10 วัน) แล้วจึงตั้งเวลาไปที่ปกติ คือ 5:3 (ปั๊มทำงาน 5 นาที หยุด 3 นาที)
** หมายเหตู ในสภาพอากาศร้อน แสงแดดจัด ก็ให้พิจารณาลดช่วงเวลาที่ปั๊มหยุด ให้สั้นลง **
9. เมื่อมีใบจริงเพิ่มขึ้นเป็น 4-5 ใบ และมีรากยาวเป็นพู่ ก็ย้ายขึ้นไปปลูกต่อใน EZG Hybrid Aeroponics ได้เลย
*** ต้นกล้าที่สมบูรณ์แข็งแรง ลำต้นไม่ยืด จะเป็นจุดเริ่มต้นของรสชาดที่ดี ***
เทคนิคเฉพาะเมล็ดพันธุ์
1. ผักบุ้ง
นำเมล็ดใส่ถุงพลาสติกเจาะรู กดทับให้จมในน้ำอุ่นประมาณ 6-12 ชั่วโมง แล้วจึงนำไปเพาะ จะใช้เวลางอกประมาณ 5-14 วัน
อุณหภูมิที่เหมาะต่อการงอก คือ 18-25 องศาเซลเซียส
อายุเก็บเกียว 25-30 วัน
2. คื่นฉ่าย
นำเมล็ดแช่น้ำเย็นประมาณ 4-5 ชั่วโมง แล้วจึงนำไปเพาะ จะใช้เวลางอกประมาณ 7-14 วัน
อุณหภูมิที่เหมาะต่อการงอก คือ 18-25 องศาเซลเซียส
อายุเก็บเกียว 25-30 วัน
3. ผักชี
นำเมล็ดมาห่อด้วยผ้า ใช้ขาดกลิ้งคลึงเมล็ดให้แตกเป็น 2 ซีก แล้วนำไปแช่น้ำอุ่นประมาณ 6-12 ชั่วโมง แล้วนำไปเพาะ จะใช้เวลางอกประมาณ 5-14 วัน
อุณหภูมิที่เหมาะต่อการงอก คือ 18-25 องศาเซลเซียส
อายุเก็บเกี่ยว ผักชีไทย 40-50 วัน ผักชีลาว 55-60 วัน
4. ผักชีฝรั่ง
นำเมล็ดแช่น้ำอุ่นประมาณ 6-12 ชั่วโมง แล้วจึงนำไปเพาะ จะใช้เวลางอกประมาณ 7-14 วัน
อุณหภูมิที่เหมาะต่อการงอก คือ 25-30 องศาเซลเซียส
อายุเก็บเกียว 100-120 วัน
5. พืชตละกูลแตง
ได้แก่ แตงกวา แตงโม แคนตาลูป เมล่อน แตงไทย ฟักทอง น้ำเต้า ฯลฯ
นำเมล็ดใส่ถุงพลาสติกเจาะรู กดทับให้จมในน้ำอุ่น 40-50 องศาเซลเซียส ประมาณ 6-12 ชั่วโมง แล้วนำไปเพาะโดยห่อด้วยผ้าหมาดๆ แล้วใส่ในกล่องพาสติก ปิดฝา และนำไปตากแดดตอนเช้า จะทำให้งอกเร็วขึ้น จะใช้เวลางอกประมาณ 2-10 วัน
อายุเก็บเกี่ยว
- แตงโม ประมาณ 35- 40 วันหลังดอกบาน
- แตงไทย ประมาณ 50- 55 วันหลังหลอดเมล็ด
- แตงกวา ประมาณ 6-7 วันหลังดอกบาน
- เมล่อน แคนตาลูป ประมาณ 40-60 วันหลังผสมเกษร
- ฟักทองญี่ปุ่น ประมาณ 45- 50 วันหลังดอกบาน
6. มะเขือเทศ
นำเมล็ดแช่น้ำ แล้วคอยถ่ายเปลี่ยนน้ำใหม่ครึ่งหนึ่ง ทุกๆวัน จนกว่าจะมีรากแทงออกมา จึงนำไปปลูก จะใช้เวลางอกประมาณ 5-10 วัน
7. ปวยเล้ง
นำเมล็ดใส่ถุงพลาสติกเจาะรู กดทับให้จมในน้ำอุ่น 40-50 องศาเซลเซียส ประมาณ 6-12 ชั่วโมง แล้วจึงนำไปเพาะบนกระดาษชำระชุ่มน้ำ ปิดฝากล่องเพาะ เก็บเข้าตู้เย็นช่องแช่ผัก จะใช้เวลางอกประมาณ 7-14 วัน จึงนำไปลงวัสดุปลูก
อุณหภูมิที่เหมาะต่อการงอก คือ 4-7 องศาเซลเซียส
อายุเก็บเกียว 45-50 วัน
8. สวีชชาร์ด และ บรีทรูท
นำเมล็ดใส่ถุงพลาสติกเจาะรู
กดทับให้จมในน้ำอุ่น 40-50 องศาเซลเซียส ประมาณ 6-12 ชั่วโมง
แล้วจึงนำไปเพาะบนกระดาษชำระชุ่มน้ำ ปิดฝากล่องเพาะให้สนิท นำไปตากแดด จะใช้เวลางอกประมาณ 7-14 วัน จึงนำไปลงวัสดุปลูก
อุณหภูมิที่เหมาะต่อการงอก คือ 30-32 องศาเซลเซียส
อายุเก็บเกียวสวีชชาร์ท 50-55 วัน
อายุเก็บเกียวบรีทรูท 50-60 วัน
หมาเหตุ น้ำที่ใช้ในการเพาะ อนุบาล และปลูก จะต้องไม่มีคลอรีน เพราะคลอรีน จะทำให้เมล็ด และรากเน่าได้
EZG Smart NL
ระบบปลูกพืชไฮโรโปนิกส์ แบบกึ่งน้ำลึก (DRFT)ดีไซน์ล้ำยุคของ อี่ซี่การ์เด้น (EZGarden) เข้ากับไลฟ์สไตล์ยุค 4G ด้วยรูปแบบดีไซน์ที่โดดเด่นกระทัดรัด ลงตัวกับสถานที่ ไม่ว่าจะเป็น รั้วบ้าน ผนังกำแพง ราวระเบี..
฿3,390.00บาท
แสดงผลตั้งแต่ 1 ถึง 1 รายการ จากทั้งหมด 1 รายการ (จำนวน 1 หน้า)















